ประเภทของคนขับรถ
posted on 03 Oct 2011 01:43 by audjangCopyเขาเราไม่ผิด.?
posted on 06 Sep 2011 23:14 by audjangความยุ่งอันเป็นที่รัก
posted on 10 Jun 2011 09:06 by audjangตาธรรม มีด และ รถซาเล้ง.
posted on 19 May 2011 08:58 by audjangหมูติดมันส์.
posted on 03 May 2011 08:22 by audjangทฤษฎีฝัน
posted on 17 Jun 2010 09:54 by audjangทฤษฎีฝัน
ฝัน ฝัน ฝัน ฝัน ฝัน ฝัน
ฝัน คือ จินตนการชนิดหนึ่ง
ฝัน นั้น มันก็มีทฤษฎี
ทฤษฎี ทีสร้างโดยเราเองแหละ !! 555.
ตามหลักทฤษฎี ของเราแล้วนั้น
ฝัน สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท
1. ฝันที่เป็นจริงได้
2. ฝันที่อาจจะเป็นจริงได้
ฝันประเภทที่หนึ่งนั้น เป็นฝันที่สามารถ
เป็นไปได้ ในโลกใบนี้ เช่น ฝันอยากเป็นหมอ
ฝันอยากเป็นนางสาวไทย หรือว่า
ฝันอยากซื้อเบ้นซ์มาขับ
ล้วนเป็นฝันที่เป็นไปได้ เพราะว่า ฝันเหล่านั้น
สามารถเป็นไปได้ด้วยการ พยายาม
ถ้าอยากเป็นหมอ ก็ต้อง พยายามเรียนหนังสือ
ถ้าอยากเป็นนางสาวไทย ก็ต้อง
พยายามทำตัวเองให้สวย
ถ้าอยากซื้อเบ้นซ์มาขับ ก็ต้องพยายามหาเงิน
แต่กลับกันกับฝันประเภที่สอง
ฝันที่อาจจะเป็นจริงก็ได้ หรือ อาจจะ
เป็นไปไม่ได้ ก็ได้
ฝันประเภทนี้ เป็นฝันที่ไม่ค่อยปกติ
ไม่สามารถเป็นจริงได้ด้วยการพยายาม
เช่น
ฝันว่าอยากเป็นมด ฝันว่าอยากเป็นต้นไม้
ฝันแบบนี้ มีพื้นฐานอยู่ที่ว่า เราเป็นมนุษย์
คงจะยากที่เราจะเปลี่ยนตัวเองให้เป็น มดได้
แต่ใครจะไปรู้ ว่า วันนึงมนุษย์ อาจจะคิดค้น
เครื่องแปรสภาพได้ จากคนเป็นมด จากมด
เป็นหมา จากหมา เป็น ฯลฯ ..
แต่ถึงแม้ฝันทั้งสองประเภทนั้น จะเป็นจริงหรือไม่
ข้อสำคัญอยู่ที่เราจะกล้าฝันหรือเปล่า
ไม่ว่ามันจะเป็นไปได้ หรือเป็นไปไม่ได้
เพราะความฝัน คือ จินตนาการ และ
จินตนาการ คือ บ่อเกิดแห่งความสร้างสรรค์
และจากการสรุปของข้าพเจ้าเอง
สามารถสรุปได้ว่า ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้
ถ้าเราทำไม่สำเร็จ ก็ต้องมีใครบางคน ที่ทำมันสำเร็จ
มันอาจจะไม่ใช่วันนี้ แต่อาจจะเป็นอีก 100 ปีข้างหน้า
ขอเพียงเรา พยายามทำในสิ่งที่เราฝันไว้ ให้เต็มที่ที่สุด
ถึงแม้มันจะไม่เป็นจริง แต่อย่างน้อย
ก็คุ้มค่า ที่จะฝัน ;)
ปัญหามีไว้ให้พุ่งชน !!
posted on 27 May 2010 21:31 by audjangปัญหามีไว้ให้พุ่งชน !!
ปัญหา คำง่ายๆ ที่แก้ไม่ค่อยจะง่ายนี้
คือสิ่งที่ทุกคนจะต้องพบเจอไม่มีมนุษย์คนไหน
ที่เกิดมาแล้วไม่ได้เจอกับ เพื่อนที่ชื่อว่า
"ปัญหา" ...
ทุกคนล้วนมีปัญหา มันจะมากจะน้อยเพียงใด
แต่ทุกคนก็มี
เด็กน้อยวัย 3 ขวบ ทำตุ๊กตาขาด ใจก็แทบขาด
ไปตามตุ๊กตา
เด็กหญิงวัย 8 ขวบ ทะเลาะกับเพื่อน เรื่องที่ว่า
เพื่อนโขมยปากกาแท่งโปรดไป
เด็กหญิงวัยม.ต้น ทำโทรศัพท์หาย กลัวโดนแม่ด่า
นางสาววัยม.ปลาย ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกเรียน
คณะอะไรดี ?
นางสาววัยมหาลัย กลุ้มใจเรื่องเรียนจบแล้ว
หางานทำไม่ได้
นางวัยแก่ เครียดเรื่องลูกและสามีที่ไม่ค่อยจะลงรอยกัน
คุณยายวัย 87 เกรงใจลูกๆที่ต้องคอยเสียสละเวลางาน
มาดูแลตนเอง...
ทุกชีวิตย่อมมีปัญหาของมันเอง และแต่ปัญหานั้น
ก็จะโตไปตามเรา เมื่อเราเด็ก ปัญหาก็เล็ก
เมื่อเราโต ปัญหาก็โตตามเราไปด้วย ...
เราไม่สามารถที่จะเลือกปัญหาที่เข้ามาในชีวิตได้
แต่เราสามารถเลือกที่จะแก้ปัญหาด้วยวิธีต่างๆได้
ไม่ว่าทางนั้น มันจะยาก หรือ ง่าย
จะเหนื่อย หรือ ไม่เหนื่อย
เราก็ต้องแก้ เพราะ ปัญหา ถ้าไม่แก้
เราก็จะแพ้มัน :)
ไปเมืองนอกเพื่อมองเมืองเรา !!
posted on 18 May 2010 21:13 by audjangไปเมืองนอก เพื่อ มองเมืองเรา !!
ความสนุกของการไปเที่ยวเมืองนอกอยู่ตรงไหน ??
สำหรับเราแล้ว เราว่า การได้เห็นอะไรใหม่ๆ
ได้สัมผัสอะไรที่เราไม่มี
ได้กินอะไรที่เราไม่เคย
ได้ฟังในสิ่งที่เราไม่เข้าใจ
ได้ดมกลิ่นที่ไม่คุ้นเคย
เราว่านั้นแหละ คือ ความสนุกของการไปเที่ยวต่างประเทศ
เพราะทุกสิ่งที่ได้กล่าวมานั้น
เราไม่สามารถจะพบเจอได้ในชีวิต
บ้านเกิดเมืองยิ้มของเรา
เราจึงอยากจะไป ดม จับ สัมผัส ฟัง กัน
ความสนุกและความประทับใจเหล่านั้น
ก็จะเป็นเอกลักษณ์ ของมันเอง
เราคงไม่รู้สึกร้อน ตอนไม่เที่ยวรัสเซียหรอก จริงไหม ??
แต่สิ่งที่พ่วงมากับการเดินทางอีกหนึ่งอย่าง คือ
การได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ และเราว่า
ข้อนี้แหละที่สามารถทำให้พวกเรา เติบโตทางความคิดมากขึ้น !
การที่เราได้ไปต่างประเทศ ก็เหมือนกับ
เราได้ก้าวเดินออกจากบ้าน ไปอยู่ที่อื่น
เมื่อเราได้ไปอยู่ที่อื่น แล้วเรามองย้อนกลับมาที่บ้าน
เราก็จะเห็นบ้านได้ชัดมากขึ้น กว่าเดิม
หลังคาเราสีสวยนะ
หน้าต่างเราเท่ว่ะ
ประตูบ้านเรานี่เจ๋งสุดในซอยอ่ะ
สีบ้านฉันนี่ ภพอื่นยังเห็น !!
การได้มองย้อนกลับมาที่บ้าน
ก็คือการได้เปรียบเทียบบ้านเรา กับ บ้านอื่น
ว่ามันต่างกันยังไง
ไม่ว่าข้อแตกต่างเหล่านั้น มันจะดีหรือไม่ดี
มันเข้าข้างบ้านเรา หรือ เข้าข้างบ้านเขา
แต่เราก็ได้เห็น ข้อแตกต่าง
ข้อแตกต่างที่เวลาเราอยู่ที่บ้าน เรามองไม่เห็น
แต่เราจะเห็นเมื่อเวลา เราอยู่ที่อื่น
ก็เหมือนกับการส่องกระจกตัวเองนั่นแหละ
คุณคงมองตัวเองในกระจก ชัดกว่า
คุณไม่มีกระจกให้ส่องเป็นแน่แท้ :)
เทคโนโลยีล้ำสมัยกับความใส่ใจที่ลดลง
posted on 12 May 2010 09:08 by audjangเทคโนโลยีล้ำสมัยกับความใส่ใจที่ลดลง
เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ใครเห็นคนนั้น คนนู้ คนนี้
เดินถือ Nokia 3310 มันรู้สึกว่า โอ้ววว !! .
เขาคนนั้นจะต้องรวยแน่เลยอ่ะ มี Nokia ใช้ด้วยอ่ะแก๊ !!
แต่ปัจจุบันนี้ Nokia 3310 กลายเป็นโทรศัพท์มือถือ
ที่ถืออยู่ในมือ คุณป้าอายุ 60 หรือไม่ก็ภาโรงที่โรงเรียน
10 ปีทันมา iPhone และ BlackBerry คือโทรศัพท์มือถือ
อยู่ในมือคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเดินไปไหนก็เห็น
หนุ่มสาววัยรุ่น เดินหน้าก้มงุดอยู่กับโทรศัพท์
คอยกดกันตลอดเวลา เป็นวัยรุ่นอายุ 17 ปี
ที่ต้องติดต่อสื่อสารกันอยู่ตลอดเวลา
เปรียบดั่งว่า ถ้าฉันไม่คุยกันตอนนี้ ฉันจะไม่มี
โอกาสได้คุยกับคนๆนี้อีกต่อไป.!
ความทันสมัยที่เข้ามาแทนที่ความล้าสมัย
บางครั้งมันก็ทำให้เราละเลยอะไรได้ง่าย
ทุกวันนี้เราไม่จำเป็นต้องจำว่ามีนัดกับใคร
แค่ตื่นเช้ามา ดูในปฏิทินโทรศัพท์ ก็จะรู้ว่า
วันนี้ต้องไปหาใคร ต้องทำอะไร ต้องไปที่ไหน
เราไม่จำเป็นต้อง หาแผนที่ไว้ในรถอีกแล้ว
เพราะมีระบบ GPRS ที่ติดอยู่กับรถ บอกได้ว่าตอนนี้
คุณอยู่ส่วนใดของประเทศ และกำลังจะมุ่งหน้าไปไหน
ไม่จำเป็นต้องจำวันเกิดเพื่อน เพราะแค่เปิดหน้า
Facebook ก็จะรู้ว่า เพื่อนคนไหนของคุณที่เกิดภายใน
สัปดาห์นี้...
บางครั้งเรื่องที่ดูเหมือนไม่สำคัญ มันก็ทำให้เรามีความสุข
มันอาจจะยาก ที่เราต้องคอยจำว่าวันนี้นัดกับใคร
ต้องจำว่าเพื่อนเกิดวันไหน ต้องจำว่าเบอร์พี่สะใภ้
เบอร์อะไร แต่การจำเรื่องเล็กๆน้อยเหล่านี้
เราว่ามันคือการใส่ใจกับชีวิตที่ยุ่งยากของมนุษย์นะ
บางครั้งการใช้ชีวิตที่ต้องคอยให้เทคโนโลยีมาบอก
เราอยู่เสมอว่า วันนี้ต้องทำอะไร ก็เหมือนการตีกรอบให้ตัวเอง
บางครั้งการลืมทำอะไรบางอย่าง ก็ เป็นเรื่องสนุก
ที่ต้องคอยแก้ปัญหากับมัน ;)